8.5.14

ทำไมถึงเรียกสีน้ำเงินว่าสีกรมท่า



รู้ไว้ใช่ว่า!!...รู้หรือไม่ว่าทำไมถึงเรียกสีน้ำเงินว่า"สีกรมท่า" กรมท่าคือสีน้ำเงินเข้มมูลเหตุของชื่อนี้มาจากสีผ้านุ่งของคนสมัยก่อน แต่จะต้องอธิบายความสำคัญของ สีกรมท่าให้ทราบเสียก่อนว่า *กรมท่า* เป็นส่วนราชการตามระบบเก่า ขึ้นอยู่กับกรมพระคลัง โดยเริ่มมีมาแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขควบคุมกิจการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศและวิวัฒนาการมาเป็นกระทรวงการต่างประเทศในปัจจุบัน
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เมื่อมาบัญชาการที่กรมท่าท่านๆมักจะนุ่งโจงสีน้ำเงินเข้มบรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งน้อยใหญ่ก็เลยนิยมใช้สีน้ำเงินเข้มกันทั้งกรมชาวบ้านเลยเรียกสีน้ำเงินเข้มว่าสีกรมท่ากัน แลพในที่สุดก็กลายเป็นชื่อเฉพาะของสีน้ำเงินเข้มที่ทุกคนเข้าใจตรงกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ๑๐๘ซองคำถาม //สำนักพิมพ์สารคดี สำนักพิมพ์สารคดี ”
posted from Bloggeroid

สีผิว



             เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าผิวหนังคนเราแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตามหลักการทางการเเพทย์ โดยระดับที่ 1 ถือว่าเป็นผิวที่ขาวที่สุด และที่ดำที่สุึดคือระดับที่ 6 ส่วนสาวไทยเรานั้นถูกจัดให้อยู่ในระดับที่ 4 คือ ผิวเหลือง พอตากแดดแล้วผิวไหม้ได้บ้างแต่น้อย และจะมีีผิวสีแทนหรื่อคล้ำได้เสมอ ซึ่งเป็นสีผิวที่เดี่๋ยวนี้ชาวยุโรปที่มีผิวสีขาวอยากได้สีผิวแบบเราชาวเอเซียมาก และระดับ 5 ก็คือพวกสีผิวที่เรียกกันว่า ผิวสองสีตากแดดแล้วผิวไหม้ได้น้อยมาก และจะมีสีผิวคล้ำในบางที่ 

ที่มา - Cosmo

5.5.14

วันฉัตรมงคล




เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิย. 2489และดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"เนื่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรปจนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะจึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทรัฐบาลไทยและพสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตรหรือรัฐพิธีฉัตรมงคลหรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษกถวายเมื่อวันที่ 5 พค. 2493 ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ที่มา วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี ขอพระองค์ทรงพระเจริญฯ
posted from Bloggeroid

1.5.14

สิ่งที่ผู้หญิงควรหยุดทำ



สิ่งที่ผู้หญิงควรหยุดทำ

1.การหยิบกระจกขึ้นมาส่องตลอดทั้งวัน โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงหลายๆคนจะชอบติดกระจกคือต้องคอยส่องกระจกตลอดเวลาเพื่อคอยเช็ดดูความสวยของตังเองในระหว่างวันการกระทำแบบนี้เปนบ่งบอกได้ว่าคุณเปนคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองจึงต้องสองกระจกบ่อยๆว่าตัวเองดูดีสวยพอหรือยังและมันยังทำให้คุณเสียบุคลิกอีกด้วย

2.ติดมือถือคุยเกือบทั้งวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณไม่ได้อยู่คนเดียวอาจจะอยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนๆของคุณคุณควรจะสนใจคนที่อยู่ข้างๆคุณบ้างควรจะพูดคุยกับพวกเขามากกว่าการคุยโทรศัพท์เพราะถ้าคุณยังคงติดการคุยโทรศัพท์ทั้งวันแบบนี้บ่อยๆอาจทำให้คนที่อยู่รอบข้างคุณเบื่อคุณได้

3.การสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่มีโทษต่อร่างกายมากมายและควันบุหรี่ก็ยังทำร้ายคนที่ใกล้ตัวคุณอีกด้วย

4.ชอบโชว์ เช่นการใสกางเกงขาสั้นมากๆ การแต่งตัวหล่อแหลมจนเกินไปการกระทำแบบนี้อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับตัวคุณได้ดังนั้นควรแต่งตัวแต่พองามและแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะจะดีกว่ามันจะเปนผลดีต่อตัวคุณเอง

5.บ่นได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับแฟนก็จะพูดบ่นไปสะเกือบทุกเรื่องอาร่ายก็ไม่ถูกใจและถ้าคุณเปนแบบนี้บ่อยๆอาจทำให้แฟนหรือคนทีอยู่ข้างๆคุณรำคราญขึ้นมาได้
posted from Bloggeroid