23.1.13

ทำนายดวงชะตา 7 อารมณ์ตามวันเกิด



         ห่างหายไปนานเหอะๆๆ วันนี้เอาบทความการทำนายทายทักดวงชะตา 7อารมณ์ตามวันเกิดมาฝาก ลองอ่านกันดูสิว่าตรงหรือไม่

===
คนที่เกิดวันอาทิตย์ มีแสงส้มที่สมอง จึงมีพลังวิเศษที่คิดอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น และที่วิเศษมากก็คือ ในสิ่งที่คิดมักจะประสบความสำเร็จเสมอ อารมณ์ชัดเจน จริงใจ และใจกว้าง กล้าเสี่ยง และเป็นผู้นำที่ดี ร่ำรวยด้วยความกล้าตัดสินใจ และมองการณ์ไกลเก่งมาก

สรุปลักษณะเด่นภาพรวม........เป็นคล่องแคล่ว ว่องไว และเป็นนักคิด กล้าหาญ ใจกว้าง มีเสน่ห์เป็นคนอ่อนโยน และนอบน้อม มีแสงสีส้มที่สมอง

===
คนที่เกิดวันจันทร์ อ่อนไหวง่าย จึงเป็นคนลังเล มักน้อยใจง่าย ชอบเรียกร้องความสนใจ หน้าตามีเสน่ห์ ถึงจะไม่หล่อและไม่ถึงกับสวยมาก แต่มีความเก๋เท่ เปรี้ยว สะดุดตาแน่นอน นิสัยเจ้าระเบียบ และทำอะไรก็ตาม จะต้องมีแบบแผนเสมอ ดวงตามีลักษณะพิเศษ ใครเห็นจะลุ่มหลง ดวงตาแทนความหมายของความคิด ดื้อเงียบ

สรุปลักษณะเด่นภาพรวม......มีเสน่ห์ และหลงตัวเอง เจ้าระเบียบ และชอบการแต่งตัวเนี้ยบเป็นพิเศษ ดวงตาแพรวพราว และเป็นคนดื้อรั้น ดันทุรังสูงมาก ดวงตามีแสงสีชมพู

===
คนที่เกิดวันอังคาร มีพลังความร้อนในตัวเอง จึงชอบความเย็นฉ่ำเป็นพิเศษ ไปไหนต้องมีพลังธาตุน้ำติดตัวจะโชคดี ฉับไวและตัดสินใจด้วยตัวเอง พลังแสงสีม่วงเป็นลักษณะพิเศษที่ปรากฏขึ้นในดวงตา แสงสีม่วงจึงทำให้คนที่เกิดวันนี้ มักเป็นคนมีอำนาจ หรือมีพลังในตัว คนรอบข้างให้ความยำเกรง งานอดิเรกชอบนอนเป็นพิเศษ นิสัยส่วนตัวเป็นคนเอื้ออาทรมีความเมตตาสูง ชอบเอาชนะ และหากใครท้าทาย ชอบการพนันขันต่อเป็นพิเศษ อารมณ์จริงจังแต่อย่าเครียด รอยยิ้มจะสร้างสันติภาพ และเสน่ห์แห่งความสำเร็จ รักเร่ร่อน ต่างคนต่างอยู่ หรือต้องอยู่กันไกล แต่หัวใจคิดถึงเสมอ

สรุปลักษณะเด่นภาพรวม....ดวงตามีพลังสีม่วง ทำให้เกิดอำนาจสยบศัตรูได้ จริงจัง ตั้งใจ และชอบเอาชนะ ลักษณะพิเศษรอยยิ้ม จะทำให้โลกสดใส และหัวใจร่าเริงกับชีวิต อาวุธลับต้องมีกระติกน้ำเย็นใกล้ตัว

===
คนที่เกิดวันพุธ ฉลาด และรอบรู้ มีสมองพิเศษที่มองทะลุเหตุการณ์ไกลๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ เป็นคนเจ้าชู้ และเป็นคนมีความรักหลายคน หลายใจ อยู่เฉยๆหรืออยู่กับที่ไม่ได้ ชอบเดินทาง มักเป็นที่ปรึกษาให้กับคนอื่นๆ เพราะช่างเจรจา เด็ดขาดกับการทำงาน เป็นนักมายากลที่เก่ง เพราะชอบทำสิ่งที่ท้าทาย

สรุปลักษณะเด่นภาพรวม.....เด่นมากเรื่องเจ้าชู้ มีกระเป๋าหัวใจหลายดวง จอมหลักการ เจรจากับใครน่าเชื่อถือมาก มาดดี มีลิ้นดีเป็นพิเศษ ชอบเดินทางมาก สมองมีพลังพิเศษมองการณ์ไกลเก่ง และทะลุด้วยพลังพิเศษส่วนตัว สมองมีแสงสีฟ้า

===
คนที่เกิดวันพฤหัสบดี อวดเก่ง มั่นใจในตัวเองสูงมาก สอดรู้ สอดเห็น มีลูกน้องหรือบริวารมาก ชอบช่วยเหลือคนอื่น อดทนสูง และเสียสละ อาภัพความรักและชีวิตคู่ ลักษณะพิเศษ เป็นคนที่หูไวมาก ได้ยินอะไรเร็วกว่าคนอื่น มีพลังแสงสีแดงที่หู

สรุปลักษณะเด่นภาพรวม........หูกาง กว้างใหญ่ จึงเป็นคนหูดี ได้ยินเสียงได้พิเศษกว่าคนอื่น สอดรู้สอดเห็น และเป็นคนเสียสละ ชอบช่วยเหลือคนอื่น จนบางครั้งคนรอบข้างรำคาญ มีพลังแสงสีแดงที่หู

===
คนที่เกิดวันศุกร์ คนช่างฝัน นักสร้างสรรค์ และจินตนาการสูง อารมณ์ศิลปิน จึงเอาแต่ใจตัวเอง อ่อนหวานและอ่อนโยน จึงมีพลังดึงดูดให้คนนิยมได้มาก สองอารมณ์ ยามดีก็ดีเหลือเกิน แต่ยามโกรธก็ร้อนระอุเหมือนพายุไฟ ลักษณะเด่นพิเศษริมฝีปากเป็นกระจับ พลังเสียงดีมาก มีพลังพิเศษสามารถหยั่งรู้ความคิดของคนอื่น และสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยพลังสังหรณ์ เซ็กส์จัดมาก

สรุปลักษณะเด่นภาพรวม....ริมฝีปากเป็นกระจับเด่นมาก มีพลังพิเศษเฉพาะตัว สามารถรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ คนสองอารมณ์เวลาใจดีดีสุดยอด แต่หากไม่ได้ดั่งใจหรือโกรธ ก็จะลุยเป็นพายุไฟ ไม่กลัวใคร พลังแสงสีเขียวที่ปาก

===
คนที่เกิดวันเสาร์ ชีวิตเปลี่ยนแปลงง่าย หากยากจนจะอดทนต่อสู้ จนร่ำรวยได้ แต่หากร่ำรวยจะจนได้ในพริบตาเช่นกัน หูเบา ขี้บ่น แพ้ใจ หากเจอคนพูดเยินยอ ใช้แรงทำงานมากกว่าสมอง จึงเป็นคนซุ่มซ่าม บางครั้งก็เซ่อซ่า ชอบความรุนแรง หรือใจนักเลง บ้าบิ่น ลักษณะเด่นพิเศษมีหัวงู 7 หัว บนหัวตัวเอง จึงเป็นคนตายยาก ล้มแล้วลุกสร้างตัวใหม่ได้เร็ว ทำคุณไม่ขึ้น ทำดีกับใคร จงอย่าคาดหวังสิ่งตอบแทน เพราะจะเสียใจแน่นอน

สรุปลักษณะเด่นภาพรวม....ลักษณะพิเศษบนหัวจะมี หัวงู 7 หัว จึงมีพลังชีวิตที่แข็งแรง แกร่ง หากชีวิตล้มลงจะสามารถ ลุกขึ้นสร้างชีวิตใหม่ได้เร็ว เป็นคนสู้ชีวิต มักเป็นคน

31.12.12

Happ New Year...


เทคนิคการฝึก ส ม อ ง ไบรท์



          วันนี้เอาเทคนิคการฝึก สมองไบรท์ มาฝากเพื่อนกัน ซึ่งการมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน  ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม ซึ่งมีวิธีดังนี้


         1.  จิบน้ำบ่อยๆ  (Drink water very often)
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก  แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

          2. กินไขมันดี  (Enjoy good Omega 3)
บางคนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ   แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน  จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม  น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี  ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
         
          3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที  (Meditation 12 min a day)
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีTheta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพ และมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
          4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention)
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมอง  จะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ  เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
          5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ (Laugh and Smile)
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็น การกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

          6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday)
 สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่  อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่  ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ           เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
           
          7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress)
 ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

          8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day)
 ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก  พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

          9.  ฝึกหายใจลึกๆ (Deep breath)
 สมองใช้ออกซิเจน 20 – 25% ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ  อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %


28.12.12

อาหารแปลกข้างทางไทยในสายตาชาวต่างชาติ

         เนื่องด้วยสองสามวันที่ผ่านมา ช่วงที่นั่งคุยกันอยู่ได้มีรถพ่วงคันหนึ่งเปิดเพลงดังมากกกกก เป็นแนวเพื่อชีวิต โดยจะมีรูปภาพในหลวงของเราติดอยู่ข้างบนหลังคาด้วย(อันนี้ปรบมือให้เลย) ส่วนคนขายก็จะแต่งตัีวออกแนวเพื่อชีวิต ดูแล้วจะคล้ายนักร้องวงคาราบาวประมาณนั้น เพราะมีรูปนักร้องวงนี้ติดอยู่ด้วยนอกเหนือจากรูปในหลวงของเรา พอช่วงจอดรถคนขายก็จะมีการเคาะจังหวะเพลงตามไปด้วยเป็นกลองประมาณนั้น บางช่วงก็เป็นตัวเขย่ากลมๆ ส่วนบนรถพ่วงก็จะมีเเมลงต่างๆนอนอยู่บนถาดอยู่หลายชนิด มีชื่อเขียนบอกพร้อม เพือนต่างชาติที่นั่งอยู่เค้าทึ่งมาก ไปขอถ่ายรูปซะหลายรูปพร้อมกับอุดหนุนพร้อม ทั้งที่พีแกก็ไม่ได้กินหรอก เพราะกลัีว ฮ่ะๆๆ เลยเสร็จพี่ไทยอย่างเรา ทำให้เลยอยากรู้ว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ฝรั่งเค้าเห็นแล้วแปลกในสายตาพวกเค้า ก็ต้องอาศัยพี่กูเกิ้ลอีกแหละ ก็มีดังนี้ (ก็ไม่รู้ว่ามันจะแปลกตรงใหน)


ไข่นกกระทาครก 

   พูดถึงเมนูที่เกี่ยวกับนกกระทาหลายคนมักจะนึกถึงไข่นกกระทาร้อนๆ   โรยด้วยพริกไทย ใส่ซอยแม็คกี้และซอสมะเขือเทศนิดหน่อยก็เป็นอันอร่อยเหาะ แต่ต่างชาติตื่นเต้นกับกรรมวิธีมากกกก

แมลงทอด

เป็นอาหารทีต่างชาติทึ่งมากกกก ทั้งกลัว ทั้งอยากลอง แต่ส่วนมากจะกลัวไม่ค่อยกล้ากินสักเท่าไหร่ แต่จะตื่นเต้นซะมากกว่า ว่าคนไทยมีความสามารถในการนำสารพัดเเมลงมาทอดปรุงรสกินกันอย่างเอร็ดอร่อย....

ขนมเบื้อง 

ขนมโบราณของเรา แต่ถ้าโบราณในสมัยก่อนจริงๆ จะมีแค่หน้ากุ้งและหน้าหวาน  โดยหน้ากุ้งจะใช้กุ้งแม่น้ำตัวโตสับละเอียดผสมกับพริกไทยและผักชีตำพร้อมมันกุ้ง นำไปผัดใส่น้ำตาล น้ำปลาหรือเกลือให้หอม ปัจจุบันมักเป็นหน้ามะพร้าวใส่สีแดง ส่วนหน้าหวานมีส่วนผสมของฟักเชื่อม ฝอยทองและพลับแห้งที่หั่นบางๆ และถ้าแปลกมาอีกหน่อยก็จะเป็นหน้าหมู ใช้หมูสับคลุกคล้ากับกระเทียม พริกไทย รากผักชีโขลก ใส่พริกขี้หนู นำไปรวนพอสุก ก็เป็นอันได้หน้าขนมเบื้องอร่อยๆกินกัน แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยมีแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็จะเหลือแต่ฝอยทองกับครีม หรืออาจมีพวกขนมฝรั่งโรยแต่งอีกที แต่ชาวต่างชาติไม่เคยเห็น แต่เขาได้บอกว่า มันก็เหมือนๆ แพนเค้กบ้านเขา เพียงแต่แผ่นมันเล็กๆ บางๆ และข้างในนั้นมีครีม แต่ที่ไม่เหมือนยิ่งไปกว่านั้นคือของเรามีฝอยทองที่เป็นไส้หวาน และมะพร้าวที่ทำเป็นไส้เค็ม นั้นเอง

 ผลไม้

พวกเค้าจะทึ่งในราคาที่ถูกและสดตลอดทั้งปี ซึ่งในบ้านเค้าจะมีราคาเเพงมาก บางเมืองก็ไม่มี หรือบางชนิดมี แต่ก็ไม่สด และบางที่รสชาติก็แตกต่างจากที่เค้าเคยกินในบ้านเมืองเค้ากัน ก็ไม่เข้าใจเหมือนก้นว่ารสชาติมันต่างกันตรงใหนหว่า???


 เฉาก๊วย

เป็นขนมที่ทำให้ชาวต่างชาติ ถึงกับงง และไม่กล้าลองมากที่สุด เพราะเป็นขนมหวานที่ดูไม่น่ากินเอาซะเลย Grass jelly (วุ้นหญ้า) แค่ชื่อมันก็ไม่ค่อยน่าลองซะเท่าไรแล้ว แต่พอได้ลิ้มลองกลับเป็นที่ถูกอกถูกใจ เป็นที่สุด เพราะมีทั้งความหอมของน้ำตาลทรายแดง และน้ำแข็งเย็นๆ พร้อมกับวุ้นที่รู้สึกนุ่มลิ้น....


 ไวน์ผลไม้

ฝรั่งต่างชาติจะทึ่งในราคาไวน์บ้านเรามากกกกก เพราะราคาถูกจะถูกกว่าบ้านเค้ามาก แถมรสชาติยังดีอีกด้วย เพราะบ้านเรานั้นมีทั้งไวน์สตอเบอรี่ ไวน์องุ่น ไวน์แอปเปิ้ล โอ๊ย สารพัดไวน์เพราะผลไม้่้บ้านเราเยอะแถมมีทั้งปีอีกต่างหาก ไม่ต้องกลัวการขาดตลาด แถมคนไทยก็เก่งเรื่องถนอมอาหารต่างๆ เพราะฉะนั้นไอ้เรื่องเอาผลไม้มาทำไวน์ก็เท่ากับเรื่องจิ๊บๆๆ (5555+++ โม้ซะหน่อย)



 ขนมตาล

ขนมตาล อันนี้เป็นขนมไทยดั้งเดิม บ้านฝรั่งเค้าไม่มีแน่นอน ที่หากินที่บ้านเขาไม่ได้ชัวร์ ถ้าไม่มีคนไทยไปอยู่ทำ ฮ่ะๆๆ เนื้อขนมมีลักษณะเป็นแป้งสีเหลืองเข้ม นุ่ม ฟู มีกลิ่นตาลหอมหวาน ขนมตาลทำจากเนื้อตาลจากผลตาลที่สุกงอม แป้งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาล ผสมกันตามกรรมวิธี ใส่กระทงใบตอง โรยมะพร้าวขูด และนำไปนึ่งจนสุก เนื้อลูกตาลยีที่เป็นส่วนผสมในการทำขนมตาล ได้จากการนำผลตาลที่สุกจนเหลืองดำ เนื้อข้างในมีสีเหลือง มีกลิ่นแรง ซึ่งส่วนมากจะหล่นจากต้นเอง มาปอกเปลือกออก นำมายีกับน้ำสะอาดให้หมดสีเหลือง นำน้ำที่ยีแล้วใส่ถุงผ้า ผูกไว้ให้น้ำตกเหลือแต่เนื้อลูกตาลขนมที่เหมือนเค้กฟองน้ำที่ทำมาจากลูกตาล (Palm hearts) รสชาติหวานกำลังดี แต่ทุกวันนี้ก็หาทานขนมตาลรสชาติดีได้ยากอยู่เหมือนก้ัน  เนื่องจากปริมาณการปลูกต้นตาลที่ลดลง ขนมตาลที่ขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ คนขายมักจะใส่เนื้อตาลน้อย เพิ่มแป้งและเจือสีเหลืองแทน ซึ่งทำให้ขนมตาลมีเนื้อกระด้าง ไม่หอมหวาน และไม่อร่อยเหมือนสมัยก่อนๆ



 กล้วยทับ

กล้วยเป็นไม้ผลที่คนไทยรู้จักกันมานาน เนื่องจากกล้วยมีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคดังกล่าว มีการพบว่ากล้วยมีวิวัฒนาการถึง ๕๐ ล้านปีมาแล้ว ดังนั้นจึงเป็นไม้ผลที่มนุษย์รู้จักบริโภคเป็นอาหารกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็สู้พี่ไทยไม่ได้อีกแหละสารพันคิดค้น กล้วยหรือมันปิ้ง จะมีรสชาติหอมหวาน ซึ่งก็หวานจากตัวกล้วยและมัน พร้อมกับกลิ่นหอมๆ ของการปิ้งชนิดที่ต่างชาติทึ่ง เเละลิ้มลองแล้วติดใจไม่ลืมไปหลายคนและที่สำคัญ เน้นสำคัญจริงๆ ราคาค่ะ ราคา พี่แกย้ำว่าราคาเพียง ไม้ละ 10-15 บาท หรือถ้าในที่เจริญมากหน่อยก็ไม่ละ 20 บาท เท่านั้น ถูกมากสำหรับพี่แก 



 หมูยอ

ต่างชาติถึงกับงง เมื่อเขารู้ว่านั้นคือไส้กรอกหมู (pork sausage) เขาต้องถึงกับสงสัยว่าไส้กรอกหมูหรอ ทำมัยมันถึงเป็นก้อนใหญ่ขนาดนั้น และทำไมมันต้องอยู่ในใบตองแบบนั้น และต้องแปลกใจอย่างมาก เมื่อแกะออกมา ไม่ได้ใหญ่เหมือนกับตอนอยู่ในห่อที่เห็น แกะ้ออกมาได้ร้อง ฮู้...เป็นกันตามไป ว่าทำไมเหลือแค่นิดเดียว เหอะๆๆๆ


 ไข่ป่ามหรืออ็อกไข่

เป็นอาหารของคนทางเหนือ หน้าตาหน้ากินมาก  เป็นไข่ที่อยู่ในใบตอง มีหน้าต่างๆ แปลกตา หาทานได้ที่ภาคเหนือของเรา อย่างที่เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน.....


 ลูกชุบ

แต่ก่อนนานกาลมาลูกชุบเป็นขนมประจำถิ่นโปรตุเกสเค้า แพร่หลายมาถึงย่านเมดิเตอร์เรเนียนแถบฝรั่งเศสตอนใต้ เพราะอยู่ใกล้บ้าน เช่น เมืองนิส  เมืองคานส์ก็มีขนมลูกชุบมากมายทั้งเมือง ลูกชุบในภาษาโปรตุเกส เรียกว่า Massapa'es เป็นขนมประจำถิ่นของแคว้นอัลการ์อิ โดยโปรตุเกสใช้เม็ดแอลมอลด์ เป็นส่วนผสมสำคัญ แต่ในประเทศไทยไม่มี จึงต้องใช้ถั่วเขียวแทน โดยบดกวนปั้นเป็นรูปร่างต่างๆระบายสี แล้วนำไปชุบวุ้นให้สวยงาม สีที่ใช้ทำลูกชุบนั้นนอกจากระบายลงบนถั่วเขียวกวนที่ปั้นแล้ว ยังใส่สีลงในถั่วกวนโดยตรงได้อีก อร่อยอย่าบอกใคร

ขนมไข่นกกระทาทอด 


ขนมไข่นกกระทาเป็นของขนมที่ทำการแป้งและมันเทศลักษณะเป็นก้อนกลม สีเหลืองอ่อน ทำง่ายและหาทานได้ทั่วไป เป็นขนมที่นิยมมากในอดีตตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา แม้กระทั่งรัตนโกสินทร์ ไม่พบบันทึกผู้ประดิษฐ์ นิยมขายตามร้านกล้วยทอด เผือกทอด มันทอด ข้างทาง บางพื้นที่อาจจะเรียกว่า ขนมไข่เต่า 

26.12.12

มอเตอร์ไซค์รุ่นเดอะของโลก


มอเตอร์ไซค์รุ่นเดอะของโลก อายุกว่า 105 ปี


          วันนี้เอาเรื่่องเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์มาฝากเพื่อนๆกัน เป็นข่าวเก่าแล้วล่ะ แต่ดูจากรูปภาพแล้วสวยดี ก็เลยอดเอามาฝากไม่ได้เผื่อยังมีคนที่ยังไม่รู้ โดยมีที่มาจากสำนักข่าวเดอะ ซัน ซึ่งมีการรายงานเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ว่า มีการเปิดเผยโฉมของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นคุณทวดอายุกว่า 105 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 50,000 ปอนด์ หากนำไปประมูล

          สำหรับมอเตอร์ไซค์คันนี้ สร้างโดยบริษัท อินเดียน คาเมลแบ๊ค (Indian Camelback) ในปี 1906 ที่เคยเป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ที่ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ 2 ล้อขึ้นมา และบริษัทแห่งนี้ยังเคยเป็นคู่แข่งที่สำคัญของรถแบรนด์ดังอย่าง "ฮาร์เลย์ เดวิดสัน" (Harley-Davidson) อีกด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้วบริษัท อินเดียน คาเมลแบ๊ค ก็ต้องล้มละลายไปในปี 1953 โดยที่พาหนะ 2 ล้อรุ่นโบราณคันนี้เคยเป็นของครอบครัว ดู ปอง ซึ่งได้ซื้อบริษัทผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์อินเดียนมาไว้ในครอบครอง และครั้งสุดท้ายที่มันได้ออกวิ่งสู่ท้องถนนนั้นต้องย้อนกลับไปในปี 1970 เลยทีเดียว


          ในส่วนของรถคันนี้ ประกอบด้วยกระบอกสูบหัวเดียว มาพร้อมกับความแรง 2.25 แรงม้า โดยทำความเร็วได้ถึง 30 ไมล์ต่อชั่วโมง และที่สำคัญมันไม่มีเบรค! ซึ่งจะต้องใช้วิธีเบรคโดยการถอยคันเหยียบให้หมุนกลับหลังเหมือนเบรครถจักรยาน หรืออาจจะต้องใช้เท้าเหยียบไถลไปกับพื้นดิน เพื่อช่วยหยุดรถอีกแรงหนึ่ง

          ทั้งนี้เจ้ามอเตอร์ไซค์วัยดึกคันนี้นั้นเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมรถทั้งหลาย ซึ่งทางบริษัทได้ผลิตรถรุ่นนี้ขึ้นมาเพียง 1,698 คันเท่านั้น และรถคันนี้ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คันที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยมีนักสะสมรถรุ่นเก่าทั้งหลายต่างหมายปองที่จะได้มันมาไว้ในครอบครอง เพราะมันยังอยู่ในสภาพคงเดิม แบบโบราณ ที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมหรือตกแต่งใด ๆ ทั้งสิ้น

          ซึ่งทางผู้เชียวชาญเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ เชื่อว่าหากนำมันไปซ่อมและปรับแต่งเสียใหม่ จะทำให้มูลค่าของมันลดลง แต่หากนำไปประมูลในขณะที่คงสภาพเดิมไว้อยู่นั้น อาจจะทำให้มันมีราคาสูงถึง 50,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท) เลยทีเดียว ดูจากรูปแล้วทึ่งเลยทีเดียว.......

ที่่มา -- kapook.com