11.7.13

มาทำสครับใช้เองกันเถอะ



      “สครับ” คือการขัดขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และกระตุ้นระบบไหลเวียนของทั้งเลือดและน้ำเหลือง คุณๆที่เคยไปใช้บริการแล้วติดใจ หรือบางคนไม่สะดวกไปสปา วันหยุดคราวนี้มาทดลองทำสครับที่บ้านกันดีกว่า 

หลักคิดของการทำสครับ

อย่างแรกต้องรู้ก่อนว่า โดยเฉลี่ยร่างกายของเรามีการผลัดเซลล์ผิวทุก 28 วัน ฉะนั้นการขัดผิวเดือนละ 2 ครั้ง เป็นความถี่ที่กำลังดี ผิวหน้ากับผิวกายมีความละเอียดต่างกัน จึงไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน ผลิตภัณฑ์สำหรับหน้าต้องมีความละเอียดเป็นพิเศษ ส่วนผสมช่วยขัดไม่มีเหลี่ยมคม ไม่ใส่น้ำหอม เวลาขัดตัวใช้ 4 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย หรือฝ่ามือขัดลงน้ำหนักได้เต็มที่ ในขณะที่ขัดผิวหน้าควรใช้เพียงนิ้วกลางกับนิ้วนางเท่านั้น ที่สำคัญต้องนุ่มนวล เบามืออย่างที่สุด คนที่ผิวแห้งไม่ควรเลือกสครับที่มีส่วนผสมของพืชผักผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูง ในขณะที่คนผิวมันควรเลี่ยงส่วนผสมที่มีน้ำมันมากเกินไป 

สครับทำจากอะไรได้บ้าง

       ถ้าเราอยากจะทำสครับใช้เองสดๆ ที่บ้าน ลองหาความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทย เลือกพืชที่มีสรรพคุณตามที่เราต้องการ หรือหาข้อมูลจากสครับที่เขาทำขายก็ได้ ถ้าไม่อยากหาส่วนผสมหลายชนิดให้ยุ่งยาก ก็ดูผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือ มีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อย แต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคือง มีน้ำช่วยหล่อลื่น และมีวิตามินตรงกับความต้องการของเรา

มะขามเปียก สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคล มีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวขาวใส มีวิตามินซีซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิเดนซ์สูง แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวัง

ส้มเช้ง มีคุณสมบัติคล้าย 2 ชนิดแรก แต่ไม่เป็นกรด

ใยบวบ มีความสาก ขัดผิวได้ดี

มะละกอ วิตามินสูง แต่เนื้อมีความละเอียดมาก

มะนาว เป็นกรด ช่วยให้ผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้า นุ่มขึ้น

แตงกวา ช่วยให้ผิวสดชื่น

มะพร้าวขูด มีน้ำมันช่วยบำรุงผิว

      ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียก ก็สามารถนำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกชนิดที่มีผิวสัมผัสนุ่มนวลอย่างมะละกอ ก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย

วิธีเลือก bead ในการขัดหรือขจัดเซลล์ผิว

บีทช่วยเพิ่มความสากในสครับ ทำให้สามารถขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น แต่เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือน และมีโอกาสแพ้น้อยที่สุดเช่น

เกลือ มีฤทธิ์ช่วยสมานผิว

ข้าวสาร ช่วยให้ผิวขาว

น้ำตาลทราย มีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง

งา เนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคือง

กาแฟ กระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ

    อย่างไรก็ตาม เกลือ น้ำตาล ข้าวสาร มีเหลี่ยม มีความคม จึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อน นอกจากนี้อาจเพิ่มน้ำมันลงไป เพื่อช่วยลดแรงเสียดทานด้วย

น้ำมันช่วยหล่อลื่น

       สำหรับน้ำมันที่ใช้เป็นตัวหลัก สามารถเลือกใช้ได้หลายชนิด เช่น น้ำมันงา น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันมะพร้าว จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่น และช่วยเป็นตัวลดความเข้มขนของกรดสำหรับคนผิวแห้ง รวมทั้งช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป

       นอกจากนี้อาจเพิ่มนม โยเกิร์ต น้ำผึ้ง หรืออื่นๆ ที่ช่วยบำรุงผิวได้ด้วย แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไป ลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อย จับตัวอยู่บนผิวได้ สะดวกแก่การขัด

เลือกกลิ่นตามชอบ

       คนที่ไม่ชอบกลิ่นของสมุนไพรเพียวๆ อาจหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว (massage oil) ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมัน เพราะน้ำมันหอมระเหยเพียวๆ จะทำให้ผิวไหม้

       การเลือกกลิ่นน้ำมันให้เหมาะกับสภาวะร่างกายและจิตใจขณะนั้นก็สำคัญ กลิ่นบางกลิ่นก็เหมาะกับร่างกายในบางช่วง เช่น จัสมินเหมาะสำหรับผู้หญิงใกล้มีรอบเดือนแต่ไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงท้อง โรสแมรี่ไม่เหมาะกับคนเป็นโรคความดันสูง เป็นต้น

สครับให้ถูกวิธี

      ถ้าใช้สครับที่ทำเอง จะทดสอบด้วยกับครึ่งล่างลงไปถึงเท้าก่อนก็ได้ เพราะเท้าเป็นส่วนที่หนาที่สุดสามารถขัดได้ทุกวัน แล้วค่อยๆ ขัดสูงขึ้นมา เวลาขัดจะใช้วิธีลูบยาวๆแบบเทคนิคการนวดอโรมา หรือนวดวนเป็นวงก็ได้ แต่ไม่ควรถูไปถูมาเหมือนถูขี้ไคล เพราะนอกจากเจ็บแล้ว ยังไม่ได้ประโยชน์ในแง่ของการผ่อนคลาย

       นวดลงน้ำหนักตามความชอบ เน้นบริเวณผิวกร้าน เช่น ข้อศอก ตาตุ่ม เข่า และวนเป็นวงบริเวณข้อพับต่างๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำเหลือง ดังนั้นคนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองโต มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรลดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหาย เพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น