30.9.19

ประโยชน์จากซองกันชื้นเหลือใช้!


                วันนี้เอาสาระประโยชน์จากเจ้าซองกันชื้นเล็กๆที่ติดมาจากซองขนมที่เด็กซื้อมากิน หรือที่เราเรียกกันอีกชื่อตามแบบทางการก็คือ ซิลิกาเจล ซึ่งบางคนรู้หรือไม่ว่ามันมีประโยชน์อีกหลากหลายอย่าง ซึ่งหลายๆคนมักจะมองข้ามและทิ้งซองนั้นไปแบบไม่ไยดี เอาหล่ะลองมาดูกันสิว่ามันมีที่มาอย่างไร และมีประโยชน์ใช้ทำอะไรได้บ้าง 

             ซิลิกาเจล (Silica gel) เป็นสารซิลิกอนไดออกไซด์ (silicon dioxide) ที่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ สีใสคล้ายแก้วและเป็นวัสดุที่มีความพรุนสูง สังเคราะห์มาจากโซเดียมซิลิเกต (Sodium silicate) ด้วยคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นสูง โดยประมาณ 800 ตารางเมตรต่อซิลิกาเจล 1 กรัม จึงมักถูกนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องของการควบคุมความชื้น ป้องกันความเสียหายของวัสดุ และหลีกเลี่ยงการเสื่อมสภาพของสินค้า
              ซิลิกาเจล เกิดขึ้นจากความอยากรู้ในงานด้านวิทยาศาสตร์ในช่วงต้นยุค 1640 สำหรับขั้นตอนในการสังเคราะห์ซิลิกาเจลนั้น ได้รับการจดสิทธิบัตรโดยศาสตราจารย์ Walter A. Patrick ที่มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ในปีค.ศ. 1918 ซึ่งวัสดุกันชื้นชนิดนี้ถูกนำมาใช้งานตั้งแต่สมัยสงครามโลก โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกนำมาใช้เพื่อดูดซับไอระเหยและแก๊สในหน้ากากป้องกันแก๊ส และมีการนำมาใช้เพื่อเก็บรักษายาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียอย่างเพนิซิลลิน (Penicillin) รวมทั้งช่วยป้องกันความชื้นที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่ออุปกรณ์ทางทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย
สารดูดกันชื้นมีกี่ชนิด
ปัจจุบันสารดูดความชื้นที่เห็นโดยทั่วไป มีหลากหลายชนิด เช่น สารดูดความชื้นที่ทำจากปูนขาว สารดูดความชื้นประเภทดินธรรมชาติ และซิลิกาเจล ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้
           สารดูดความชื้นที่ทำจากปูนขาว มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ประสิทธิภาพสูงมาก จึงนิยมใช้กันในอดีต แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้ในอาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ น้อยลง
สารดูดความชื้นประเภทดินธรรมชาติ นิยมนำมาใส่ไว้ในกระเป๋า หรือกล่องใส่เสื้อผ้า
ซิลิกาเจล 
           สารดูดความชื้นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่มีประสิทธิภาพด้อยกว่าสารดูดความชื้นที่ทำจากปูนขาว ซึ่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยา นิยมใช้ซิลิกาเจล เพราะปลอดภัยกว่า และในปัจจุบันอาหารหลายๆ ชนิดก็เริ่มหันมาใช้ซิลิกาเจลมากขึ้น เพราะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เมื่อโดนน้ำ และสามารถนำมาใช้ได้ใหม่และซิลิกาเจลที่อยู่ในซองขนมหรือกระปุกยานั้น มีด้วยกันหลายชนิด เช่น ชนิดเม็ดสีขาว เม็ดสีน้ำเงิน เม็ดสีส้ม และชนิดเม็ดทราย 

สารดูดความชื้นหรือซิลิกาเจลอันตรายหรือไม่ ?
            จากข้อมูลของศูนย์พิษวิทยาได้อธิบายไว้ว่า ถ้าเป็นซิลิกาเจลตัวเดียวที่ไม่มีสารเคมีอย่างอื่นผสมอยู่ ไม่ใช่สารพิษ (non-toxic) แต่ที่ต้องเตือนว่า “ห้ามรับประทาน” เป็นเพราะซิลิก้าเจล ไม่ใช่อาหาร และหากรับประทานเข้าไปอาจทำให้สำลักและอุดตันทางเดินหายใจเป็นอันตรายได้

             และนี่คือประโยชน์อีกหลากหลายของมันนอกจากที่จะแถมมาจากถุงขนมเด็กๆที่เราซื้อมากินกัน เอาล่ะเรามาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

รักษาสภาพเครื่องช่วยฟัง
การเก็บเครื่องช่วยฟังไว้ในสภาพอากาศชื้นคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะฉะนั้นการใส่ซองกันชื้นลงไปในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังด้วยก็จะเป็นอีกทางออกที่ช่วยรักษาสภาพให้อยู่ทนนานได้ดีเช่นกัน

ป้องกันสารเคมี
เราสามารถนำมันมาใส่ในกระเป๋าเป้ที่ใช้อยู่เป็นประจำ มันจะสามารถช่วยกำจัดแบคทีเรีย และความชื้นในกระเป๋าได้

ขจัดกลิ่นตกค้าง
บางทีผ้าที่เราซักก็ยังมีกลิ่นยังตกค้างอยู่ ให้เพื่อนๆลองนำเสื้อผ้าของเรามาห่อใส่ซองกันชื้นไว้ รับรองว่าช่วยขจัดกลิ่นเหม็นติดเสื้อไปได้เยอะเลย

จัดการกับฝ้าบนเลนส์กล้อง
เป็นปัญหากวนใจของเหล่าช่างภาพเลยทีเดียว เพราะหากเมื่อไหร่ที่เผลอเก็บกล้องไว้ไม่ดี ฝ้ามักจะขึ้นเลนส์ตลอด การแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการใส่ซองกันชื้นลงในกระเป๋ากล้องติดเอาไว้ก็จะช่วยได้บ้าง และที่สำคัญอย่าลืมเก็บกล้องใส่ในกระเป๋าหลังใช้เสร็จทุกครั้งด้วยล่ะ

ใช้กับกล้องใต้น้ำ
เช่นเดียวกับการจัดการฝ้าบนเลนส์กล้อง แต่ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยกว่าถ้าหากคุณเป็นช่างภาพใต้น้ำ จริงอยู่ที่กล้องกันน้ำได้ แต่เลนส์ของมันสิกลับไม่สามารถกันฝ้าให้มาขึ้นได้ ซองกันชื้นเนี่ยแหละทางออกของการแก้ปัญหา

รักษาภาพเก่าแห่งความทรงจำ
รูปภาพเก่าเก็บมีความสำคัญต่อความทรงจำดีๆของเราทุกคน ใครก็อยากจะเก็บไว้ดูนานๆ แต่ถ้าเผลอปล่อยทิ้งไว้เฉยๆความชื้นอาจขึ้น และทำให้รูปเสียได้เพียงแค่นำซองกันชื้นใส่ไว้ด้วย แค่นี้ก็ป้องกันปัญหาจากความชื้นที่เกาะกินรูปภาพได้แล้ว

แก้ปัญหาเสื้อผ้าเปียกชื้นในกระเป๋า
หลายๆคนต้องเคยเจอปัญหาเรื่องของการเก็บชุดว่ายน้ำเปียกๆ ใส่ถุง แพ็คลงกระเป๋า ในวันสุดท้ายของการไปเที่ยวใช่ไหม ซึ่งนั่นก็ทำให้เสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ ในกระเป๋าชื้นแฉะไปด้วย แต่ถ้าหากเพื่อนๆลองนำซองกันชื้นใส่ลงไปในถุงชุดว่ายน้ำนั้นด้วย จะช่วยตัดปัญหาเสื้อผ้าตัวอื่นเปียกชื้นไปได้เลยล่ะ

ช่วยให้ผ้าเช็ดตัวไม่อับชื้น
เพียงวางซองกันชื้นไว้ในตู้เสื้อผ้าไม่กี่ซอง จะช่วยให้ผ้าเช็ดตัวในตู้ไม่อับชื้นและไม่เกิดเป็นเชื้อราได้

ขจัดกลิ่นหนังสือเก่า
บางคนอาจจะไม่ชอบกลิ่นหนังสือเก่าๆ สักเท่าไหร่  แนะนำให้เอาหนังสือใส่กระเป๋า พร้อมกับหย่อนซองกันชื้นลงไปด้วย ทิ้งไว้สักพักซองกันชื้นจะช่วยดูดกลิ่นเก่าๆ ของหนังสือให้หายเป็นปลิดทิ้ง

ช่วยให้เครื่องสำอางอยู่นานอยู่ทน
บางครั้งในกระเป๋าเครื่องสำอางของเพื่อนๆอาจจะมีความชื้นสะสม ซึ่งทำให้เครื่องสำอางบางชนิดชื้นจนเสียได้ เพื่อนๆลองเอาเจ้าซองกันชื้นที่ไม่ใช้แล้วมาใส่ไว้ ก็ช่วยยืดอายุของเครื่องสำอางได้แล้วล่ะ

ยืดอายุใบมีดโกนให้ยืนยาว
ใบมีดโกนจะมีอายุการใช้งานได้นานขึ้นถ้ามันแห้งอยู่เสมอ ฉะนั้นการเก็บใบมีดโกนไว้ในถุงที่มีซองกันชื้นอยู่ด้วยจะช่วยป้องกันสนิมและทำให้ใบมีดคมนานยิ่งขึ้นอีก

ลับใบมีดให้คม
ถ้าหากเราปล่อยใบมีดโกน หรือของมีคมต่างๆทิ้งไว้นานๆ ความคมมักจะหายกลายเป็นความทู่แทน เราลองเก็บซองกันชื้นไว้กับใบมีดในภาชนะปิด จะทำให้ใบมีดคมนานยิ่งขึ้น 

ป้องกันไม่ให้เกิดสนิม 
ลองใส่ซองกันชื้นไว้ในกล่องเก็บเข็มเย็บผ้าจะช่วยทำไม่ให้เกิดสนิม รวมทั้งวิธีนี้ยังใช้ได้กับการป้องกันสนิมไม่ให้เกิดกับเครื่องมือช่างต่างๆ อีกด้วย

ดับกลิ่นอับในกระเป๋าและรองเท้า
หากรู้สึกว่ากระเป๋าใส่เสื้อผ้าไปยิม หรือรองเท้าคู่เก่งของเพื่อนๆมันเริ่มจะมีกลิ่นอับขึ้นมา  เพื่อนๆลองหยิบซองกันชื้นมาใส่ทิ้งไว้สักหนึ่งคืน เจ้าซองกันชื้นจะช่วยดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้หายวับในพริบตาเลยล่ะ

รักษาความสะอาดของอุปกรณ์ออกกำลังกายที่อับชื้น
การออกกำลังกายย่อมจะทำให้เกิดเหงื่อหรือความชื้นขึ้น ซึ่งหากเราทิ้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ในกระเป๋าหลังการออกกำลังกาย ความชื้นและเหงื่อก็จะหมักหมมอยู่ในนั้น และทำให้เกิดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ ปัญหาเหล่านี้จะลดลงหากเราใส่สารดูดความชื้นลงไปสักสองสามชิ้น รับรองว่ามันจะช่วยได้แน่

ช่วยกำจัดฝ้าออกจากหน้ารถ
การวางซองซิลิกาเจลไว้ที่หน้ารถยนต์ด้านใน จะช่วยให้กระจกหน้ารถที่เป็นฝ้ากลับใสและมองเห็นได้อย่างชัดเจน

กำจัดไอที่ติดกระจก
การชับรถในขณะที่มีไอมาบดบังกระจกหน้ารถ เป็นอะไรที่ทรมาณและอันตรายสุดๆ หากปัญหานั้นไม่ลดลงจริงๆ ลองเอาซองกันชื้นวางไว้แถบคอนโซลหน้า จะช่วยได้เล็กน้อย

ใช้ทำดอกไม้แห้งได้
ใครที่เคยคิดจะทำดอกไม้แห้งหอมๆ ไว้ใช้ในห้องนอนหรือห้องน้ำ แต่กว่าจะได้ดอกไม้แห้งก็ใช้เวลานานทุกที ลองเปลี่ยนมาใช้ซองกันชื้นนี้ดูค่ะ แค่นำซองกันชื้นใส่ไว้ในถุงพลาสติกพร้อมๆ กับดอกไม้ ทิ้งไว้ไม่กี่วันก็ได้ดอกไม้แห้งไว้ใช้ได้แล้วล่ะ

รักษาแอคเซสซอรี่จากเงินให้เงาวับเหมือนใหม่
ความชื้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องประดับที่ทำจากเงินดำและหมองจนดูเหมือนของเก่า หากไม่อยากให้ปัญหานี้กวนใจยามที่จะหยิบเครื่องประดับมาใส่ ลองนำซองกันชื้นไปใส่ไว้ในกล่องเครื่องประดับดูรับรอง ไม่ว่าจะแหวนหรือสร้อย ก็เงาวับเหมือนของใหม่ตลอดแน่นอน

รักษาเครื่องเงิน
เพราะความชื้นคือสาเหตุของการกัดกร่อนเครื่องประดับที่ทำมาจากเครื่องเงิน เก็บรักษาเครื่องเงินชิ้นโปรดของคุณด้วยการนำซองกันชื้นใส่รวมเข้าไปในกล่องเก็บเครื่องเงิน เพียงแค่นี้รับรองว่าสวยเงางามไปอีกนาน

เพิ่มความงามให้เพชรพลอย
เพื่อนๆที่ชอบความระยิบระยับของเพชรและพลอย ควรจะมีสารดูดความชื้นติดตัวเอาไว้บ้าง เพราะความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพชรพลอยและเครื่องประดับหม่นหมองและเสื่อมสภาพ ดังนั้น การใส่สารดูดความชื้นลงไปสักสองถุงจะช่วยรักษาความแวววับเป็นประกายได้เป็นอย่างดี

จัดการกับน้ำขังในโทรศัพท์
ใครที่เผลอทำโทรศัพท์เปียกน้ำ บางคนอาจจะใช้วิธีการนำโทรศัพท์ไปแช่ในข้าวสาร เพื่อดูดซับน้ำออก ซึ่งมันก็ช่วยได้ผลจริงๆ แต่ถ้าหากเราไม่มีข้าวสาร จะแช่โทรศัพท์ลงในเม็ดกันชื้นนี้แทนก็ได้เช่นกัน

เก็บอาหารสัตว์เลี้ยง
อาหารของสัตว์เลี้ยงมักจะเปียกโชกได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราซื้อมาในจำนวนมากๆเป็นกระสอบ ให้เพื่อนๆเก็บอาหารไว้ในถังที่ปิดได้ พร้อมกับใส่ซองกันชื้นเข้าไป แค่นี้ก็ยืดอายุให้อาหารของสัตว์เลี้ยงคู่ใจที่บ้านได้อีกยาวเลย

รักษายา หรือวิตามินเสริม
ความชื้นมีปฏิกริยาทำให้ยา หรือวิตามินอาหารเสริมต่างๆ ขึ้นรา หรือเสียหายได้ เพราะฉะนั้นเราควรเก็บไว้คู่กับซองกันชื้นเช่นกัน

ถนอมอาหารแห้งให้ยืนยาวขึ้น
คือ นอกจากซองซิลิกาเจลจะสามารถทำหน้าที่ดูดความชื้นให้กับสินค้าที่มันแถมมาแล้ว เมื่อหมดหน้าที่จากสิ่งๆ นั้น ซองซิลิกาเจลก็ยังสามารถเก็บรักษาถนอมอาหารในครัวเราจากความชื้นได้เหมือนกัน (แต่ไม่ใช่ว่า ให้ฉีกซองนำเม็ด silicon dioxide ไปปรุงกับอาหารนะ) โดยเราสามารภทำการถนอนมอาหารได้ โดยการนำซองซิลิกาเจลมาไว้ในกระปุกอาหารแห้งที่ไม่ต้องการความชื้นนั่นเอง แค่นี้เชื้อราก็ไม่ขึ้นอาหารให้เสียก่อนที่เราจะได้กินแล้ว

ป้องกันเอกสารสำคัญ
ความชื้นอันตรายกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับเอกสารสำคัญที่เราต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ขอแนะนำให้เพื่อนๆหาซองใส่เอกสารพร้อมกับบรรจุซองกันชื้นลงไป ป้องกันได้ทั้งปลวก และความชื้นกันไปเลย

ทำกระจกให้ดูโปร่งใส
ถ้าหากว่ากระจกตามตึก อาคารบ้านเรือนของเรา เกิดฝ้า หรือไอน้ำเกาะ ให้ติดซองกันชื้นไว้ที่กระจก แน่นอนว่าจะช่วยได้เช่นกัน

รักษาสภาพฟักทอง
อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย เพียงแต่ว่าช่วงนี้ใกล้ฮัลโลวีนแล้ว ถ้าอยากจะแต่งบ้านด้วยฟักทองแกะสลักเท่ๆ แต่ไม่อยากให้มันดูเน่าเปื่อยละก็ ซองกันชื้นช่วยได้จริงๆนะ เพียงแค่วางมันไว้ข้างในผลฟักทองแค่นั้นเอง

เก็บเมล็ดเพาะปลูก
การเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ดีนั้น จะต้องเก็บไว้ให้ห่างจากความชื้น โดยเฉพาะถ้าเป็นเมล็ดที่เราต้องการจะเก็บไว้ใช้สำหรับการปลูกครั้งต่อไป การนำเมล็ดไปเก็บรวมไว้กับซองกันชื้น เป็นอีกวิธีที่จะช่วยคงสภาพการงอกของเมล็ดให้ดีได้เช่นเดียวกัน

           ทีนี้เรารู้ถึงประโยชน์ของมันกันแล้วนะคะ อ้อ แต่ต้องระวังอย่าให้เด็กเล็กๆหยิบไปกินได้นะคะ

แหล่งข้อมูล : illinois poison center, chemtrack



21.9.19

เช็คพุงกระทุ้งไขมัน


          วันนี้เอาวิธีเช็คพุงกระทุ้งไขมันมาฝากค่ะ  เพื่อนๆลองมาดูพุงตัวเองกันสิว่าเป็นพุงแบบให้ จะได้แก้ไขกันได้ เอ้าาาาา 



    

9.9.19

เบาหวานรู้เท่าทันป้องกันได้


วันนี้เอาความรูู้เรื่องเกี่ยวกับโรคเบาหวานมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ เนื่องจากวันนี้อิฮั้นได้ไปหาหมอตรวจประจำปี ทำให้ได้ทราบถึงของแถมเที่ยวนี้คือความดันและไขมันในเลือดสูง และคำพูดที่เตือนมาจากคุณหมอผู้น่ารักว่าคุณป้าคะให้ระวังควบคุมเรื่องน้ำหนักและให้ระวังการเป็นโรคเบาหวาน อิฮั้นก็เลยต้องเสาะหาสาระมาอ่านเพื่อป้องกันเอาไว้ ก็เลยอยากเอามาแบ่งเพือนๆด้วย เอาหล่ะเรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่อาจส่อแววให้เรารู้อาการแต่เนินๆ

1. อารมณ์หงุดหงิดง่าย
             อารมณ์ขี้หงุดหงิด มีความฉุนเฉียว วิตกกังวลต่างๆ เป็นอาการที่พบได้บ่อย ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานเรื้อรัง ระดับน้ำตาลในเลือดที่ผันผวนไม่ปกติ ทำให้เกิดอารมณ์ที่แปรปรวนและความเหนื่อยล้า จะทำให้โกรธง่ายไม่ว่าเหตุผลใด นอกจากนี้การมีระดับน้ำตาลที่ต่ำก็ยังมีผลทำให้เกิดการหงุดหงิดด้วย

2. อาการปวดหัว
            เรากำลังรู้สึกปวดหัวบ่อยครั้งนั่นกำลังอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจจะเป็นโรคเบาหวาน  โดยอาการปวดหัวที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำกว่าปกติ  และบริเวณศีรษะก็มีเส้นเลือดอยู่จำนวนมาก การผิดปกติของน้ำตาลในเลือดจึงกระทบต่อเส้นเลือดบริเวณเหล่านั้นด้วย สุดท้ายแล้วโรคเบาหวานก็คือโรคที่เกิดการผิดปกติเรื้อรังของกระบวนการเมทาบอลิซึมที่เกิดจากระดับน้ำตาลกลูโคสของคุณผิดปกติ

3. ไม่มีสมาธิ
            โดยปัจจุบัน เข้าใจได้ว่าโลกแห่งความวุ่นวาน ยุ่งเหยิงอาจทำให้เรารู้สึกเสียสมาธิ แต่ถ้าคุณมีปัญหามากเกินไป ทำให้คุณขาดสมาธิในการทำงาน ปวดหัว อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคเบาหวานได้  การขาดสมาธิเกิดจากความผิดปกติของไต การสูญเสียโปรตีนทางปัสสาวะ และส่งผลรุนแรงถึงขั้นไตวาย ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอาหารปวดท้อง และอ่อนแอร่วมด้วย

4. อาการคลื่นไส้
            เมื่อร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลกลูโคสมาสร้างพลังงานให้กับร่างกายได้ จึงตอบสนองโดยหันไปเผาผลาญพลังงานจากไขมันแทน กระบวนการสลายไขมันนี้จะเกิดเป็นสารคีโตนซึ่งมีสภาวะเกิดกรดเกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีคีโตนในเลือดเป็นกรด ร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย และรู้สึกคลื่นไส้ เมื่อการสูญเสียน้ำ และแร่ธาตุสำคัญเกิดขึ้นจนเสียสมดุลร่างกาย อาจเกิดภาวะวิกฤติได้

5. หิวบ่อยขึ้นจากเดิม
            เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นผิดปกติเป็นเวลานาน  อันเนื่องจากมาการขาดอินซูลินหรือภาวะดื้ออินซูลินก็ตาม  ทำให้น้ำตาลกลูโคสจากเลือดไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านผนังเซลล์เพื่อไปผลิตพลังงานได้ กระบวนการเมทาบอลิซึมในร่างกายจึงเกิดปัญหา ไม่สามารถเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เรารู้สึกต้องกินบ่อยขึ้น

6. กระหายน้ำมากขึ้น
            ผลค้างเขียงที่ต่อเนื่องกันเนื่องจากการปัสสาวะบ่อยๆ จึงทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติจนร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งการกระหายน้ำมากเกินไปนี้เองเกิดจากผลข้างเคียงของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ  เพราะฉะนั้นต้องสังเกตตัวเอง เพราะอาการกระหายน้ำบ่อยเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานได้

7. ภาวะปากแห้ง
            อาการปากแห้งเป็นอาการเตือนที่ชัดเจนของโรคเบาหวาน  การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อร่างกาย น้ำลายเป็นกลไกสำคัญในการดูแลรักษาอวัยวะในช่องปากทั้งหมด เบาหวานส่งผลกับต่อมน้ำลายให้ไม่สามารถผลิตน้ำลายได้เพียงพอ จึงเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปากตามมาก

8. ปัสสาวะบ่อยขึ้น
            การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้ไตทำงานเพื่อจัดการกับน้ำตาลส่วนเกินมากขึ้น เนื่องจากกลไกการทำงานของร่างกายจะส่งสัญญาณให้ต้องขับน้ำตาลในเลือดที่มีอยู่สูงให้ออกมากับปัสสาวะ  ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องทนทุกข์กับการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ

9. รู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรง
            การมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ จะชะลอการไหลเวียนของเลือดทำให้เซลล์ไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อเซลล์ ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้เซลล์ไม่ได้รับพลังงาน หรือได้รับไม่เพียงพอ จึงเกิดความเครียดตั้งแต่ระดับเซลล์ ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อย เมื่อยล้า ขาดพลังงานตามมา

10. น้ำหนักลดผิดปกติ
            การที่น้ำหนักของร่างกาย มีน้ำหนักที่เพิ่ม หรือน้ำหนักลดอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่ทราบสาเหตุ  อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 คือการขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมกลูโคส จึงต้องไปเผาผลาญพลังงานจากไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายแทน จนทำให้น้ำหนักตัวโดยรวมลดลง

11. ปัญหาการนอนหลับ
            ปัจจัยหลักของโรคเบาหวาน คือ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่เสถียร ซึ่งปัญหานี้เองส่งผลต่อการนอนหลับให้เพียงพอของคุณ  และการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนี้ ก็จะส่งผลให้เกิดโรคอ้วน และทำให้โรคเบาหวานแย่ลงไปอีก

12. อยากนอนมากเกินไป
            แน่นอนว่าทุกคนมีวันที่เราไม่สามารถพักผ่อนอย่างเต็มที่ได้ นั่นอาจจะทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า  แต่การรู้สึกเหนื่อย อยากจะนอนตลอดเวลาอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานได้ด้วย  และสิ่งนี้จะอันตรายมากขึ้นถ้าหากเรามีน้ำหนักตัวที่มากหรือเป็นโรคอ้วน แล้วมีแนวโน้มที่ง่วงนอนตอนกลางวันมากขึ้น

13. ลมหายใจไม่ปกติ
            การมีกลิ่นหอมของลมหายใจ หรือกลิ่นลมหายใจที่คล้ายกับกลิ่นยาทาเล็บ นี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการเกิดภาวะคีโตนสูงในเลือด จึงได้กลิ่นคล้ายสารอะซิโตนซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบของยาทาเล็บนั่นเอง นี่เป็นภาวะระยะสั้นที่เกิดขึ้นกับโรคเบาหวาน ที่ระดับน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้เกิดการผลิตสารคีโตนที่ผิดปกติ และทำให้คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานมากขึ้น

14.ภาวะกลืนลำบาก
            ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยที่มีปัญหาการกลืนลำบาก เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าคุณอาจจะเป็นโรคเบาหวาน  ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีปัญหาเรื่องการย่อยและได้รับความทุกข์ทรมานจากภาวะกรดไหลย้อน ทำให้การกลืนอาหารในแต่ละครั้งยากและทรมาน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกรดในกระเพาะไหลกลับเข้าไปในหลอดอาหารของคุณ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมของเส้นประสาทที่ควบคุมเกี่ยวกับหูรูดของเดินทางอาหาร

15. พูดออกมายาก
            ถ้าหากมีภาวะของโรคเบาหวาน คุณจะพบกับปัญหากับการพูด ไม่ว่าจะเป็นการพูดไม่ชัด พูดออกมาช้า หรือพูดไม่ออก โดยกลไกการพูดเกี่ยวข้องในบริเวณขากรรไกร ฟัน และ ปาก  ปัญหาเหล่านี้เป็นผลกระทบที่เกิดจากความเสียหายของเส้นประสาท ที่ควบคุมเกี่ยวกับกล้ามเนื้อที่ควบคุมเกี่ยวกับใบหน้า กล่องเสียงและหน้าที่ของการออกเสียง หรือการเกิดเป็นอัมพาตของการออกเสียง

16. มองเห็นภาพซ้อน
            การมองเห็นภาพไม่ชัดในบางเวลาหรือการมองเห็นภาพซ้อน อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานในระยะเริ่มแรก หากอาการนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้ และไม่ได้รับการรักษาอาจจะแย่ลงกว่าเดิม เนื่องจากเส้นเลือดที่จอประสาทตามีปัญหาและของเหลวในตาไม่สามารถไหลเวียนได้ปกติ ทำให้จอประสาทตามีปัญหาเรื่องการมองเห็น และอาจสามารถทำให้ตาบอดได้

17. ภาวะเดินลำบาก
            การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลต่อความเสียหายของเส้นประสาท จนลุกลามไปถึงทำให้ระบบประสาทเสื่อมได้ จึงทำให้มีผลต่อการทรงตัวไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อให้ทรงตัวอยู่ได้ แม้กระทั่งแค่การเดินรอบบ้านง่ายๆก็เกิดเป็นปัญหาได้

18. รู้สึกคล้ายเข็มทิ่ม
            หากเราเคยรู้สึกเจ็บแปลบคล้ายเข็มทิ่มที่บริเวณในมือหรือเท้าของคุณหรือไม่? จริงๆแล้วมันอาจจะไม่มีอะไร หรือ ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่ากำลังเป็นโรคเบาหวานอยู่หรือเปล่า การผิดปกติของระบบประสาทจากระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ นอกจากการรู้สึกชาที่ปลายมือ ปลายเท้าแล้ว ยังจะเกิดความรู้สึกเจ็บแปล๊บคล้ายเข็มทิ่มในมือ หรือเท้าหรือคล้ายอาการเหน็บชาเป็นพักๆได้

19. แผลพุพอง
            แม้ว่าคนที่เป็นโรคเบาหวานมักจะไม่ได้สัมผัสกับสิ่งนี้แต่สามารถเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่มีแผลผุพองมากอาจปรากฏขึ้นที่ร่างกายได้ แผลเหล่านี้มีลักษณะคล้ายแผลพุพองที่ด้านในเต็มไปด้วยของเหลวจำนวนมาก แผลพุพองอาจจะมีอาการไม่รุนแรงมาก แต่หากถูกปล่อยทิ้งไว้ หรือเกิดการติดเชื้อ เพราะผู้ป่วยเบาหวานมักภูมิคุ้มกันต่ำและเป็นแผลที่หายยาก จะส่งผลต่อแผลพุพองให้แย่ลงได้ บริเวณที่พบได้เยอะที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นที่มือและเท้าของผู้ป่วย

20. สีผิวเปลี่ยนไป
            ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน อาจได้รับผลกระทบจากภาวะ อะแคนโทสิส นิกริแคน คือ พบว่ามีสีผิวปกติที่เปลี่ยนไป โดยสังเกตง่ายๆที่บริเวณผิวหนังที่มีรอยพับ เช่น เห็นเป็นปื้นสีดำหนารอบคอ หรืออาจเกิดตามรักแร้ หรือตามขาหนีบ ซึ่งเกิดจากการร่างกายมีการต่อต้านฮอร์โมนอินซูลิน

21. ลำคอมีสีผิวคล้ำ
            การที่มีสีผิวเปลี่ยนไป เบาหวานก็เปลี่ยนสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรค acanthosis nigricans ซึ่งเห็นได้ชัดบริเวณรอยพับของร่างกาย โดยเฉพาะรอบข้างของลำคอจะมีสีดำคล้ำ เกิดจากเหงื่อและการเสียดสี

22.  แผลหายช้า
            การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงในผู้ป่วยโรคเบาหวานส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี น้ำตาลและไขมันในระบบไม่ถูกนำไปใช้ อยู่ในกระแสเลือดเยอะไปจับบริเวณเส้นเลือดและเส้นเลือดฝอยต่างๆเกิดเส้นเลือดตีบและแข็งตัว บาดแผลอาจเกิดได้เองจากเพราะอาการข้างเคียงที่ชาตามปลายแขนปลายเท้าจนไม่มีความรู้สึก ทำให้เกิดอันตรายกับอวัยวะจนเป็นแผล หรือแผลจากการคันผิวแห้งจากเล็กๆลุกลามไปเรื่อยๆ พอเกิดแผลแล้วไม่มีเลือดไปเลี้ยงก็เกิดเป็นเนื้อตาย หรือเกิดติดเชื้อจนลุกลามเพราะภูมิคุ้มกันต่ำ

23. คันตามผิวหนัง
            โรคเบาหวานส่งผลโดยตรงกับระบบการไหลเวียนของเลือด คนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีอาหารผิวแห้ง คันตามผิวหนัง และเกิดการอักเสบตามผิวหนังได้ง่ายกว่าคนปกติ บางรายจะมีเกิดจุดสีผิวหนังที่เปลี่ยนไปตามร่างกายเพราะเลือดไปเลี้ยงบางบริเวณไม่เพียงพอ โดยผิวที่เกิดการเปลี่ยนสีสามารถเกิดอาหารคันได้

24. ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
            นอกจากการปัสสาวะบ่อยเป็นสัญญาณของโรคเบาหวานแล้ว คุณรู้หรือไม่? สำหรับคุณผู้หญิงมีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะมากกว่าผู้ชาย และในผู้เป็นโรคเบาหวาน ยิ่งมีโอกาสติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ลดลง

25. ปัญหาทางเพศ
            แม้ว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นเรามักเกิดปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจากการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้เกิดความเสียหายของเส้นเลือดและเส้นประสาท นั่นรวมถึงเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศได้น้อยลง อีกทั้งบริเวณอวัยวะเพศเป็นศูนย์รวมของเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก รวมทั้งผู้ป่วยเบาหวานจะมีความเสียหายของกระเพาะปัสสาวะ ปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบ และปัญหาการติดเชื้อที่แย่ลงตามมา

26. ติดเชื้อยีสต์บ่อยในผู้หญิงและสังคังในผู้ชาย
            การติดเชื้อยีสต์มักเกิดขึ้นในผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากโดยธรรมชาติปกติเชื้อยีสต์จะมีอยู่แล้วในช่องคลอด แต่จะมีปริมาณที่เหมาะสมไม่ได้เกิดอันตรายเพราะถูกควบคุมด้วยสภาวะการเป็นกรดที่ช่องคลอด ไม่แปลกที่ผู้หญิงที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะมีการติดเชื้อ เพราะน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นเป็นอาหารชั้นดีที่ยีสต์ชอบ จึงสามารถเจริญได้ดีจนมีประชากรมากเกินไป ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อตามมา ทำนองเดียวกันในกรณีผู้ชายก็จะเกิดเป็นโรคสังคัง คือการติดเชื้อราที่บริเวณที่อับชื้น รวมทั้งต้นขา หรือ ขาหนีบด้วย

27. เหงือกอักเสบ
            นี่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของโรคเบาหวานที่มักถูกมองข้าม โดยโรคปริทันต์ หรือที่รู้จักกันดีว่าโรคเหงือก ซึ่งพบได้ปกติสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานในความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก ยิ่งบริเวณที่ปรงฟันไม่สะอาด ซอกฟัน ซอกเหงือก จะเอื้อต่อการหลงเหลือของแบคทีเรีย เหงือกเป็นสิ่งสำคัญมากดังนั้นทุกคนควรรักษาและดูแลเหงือกให้ดี อีกทั้งพอป่วยแล้วจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้ตามมา

28. ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
            ภาวะดื้ออินซูลินเป็นอาการที่อันตรายอย่างยิ่งของโรคเบาหวาน เนื่องจากฮอร์โมนอินซูลินมีหน้าที่อีกอย่างคือ การกระตุ้นในรังไข่ในเพศหญิง ทำการผลิตฮอร์โมนเพศชาย อาการ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ เกิดจากผู้ที่มีฮอร์โมนเพศชายจำนวนมาก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย ส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงมากขึ้น

29. การติดเชื้อง่าย
            ภัยคุกคามที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของโรคเบาหวานคือ การส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ลดลง ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยติดเชื้อได้ง่าย และติดเชื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อราที่ช่องคลอด กระเพาะปัสสาวะอักเสบจาการติดเชื้อ เป็นต้น

30. รู้สึกชาบริเวณมือ เท้า
            ระดับสภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดความผิดปกติที่ระบบประสาทส่วนปลาย เริ่มจากการรับรู้ได้น้อยลง เกิดความรู้สึกชา เริ่มที่ส่วนปลายมือ ปลายเท้า เมื่อระยะลุกลามไปเรื่อยๆ จะค่อยๆขยับเข้ามาถึงขาและแขนตามลำดับ

            เอาหล่ะที่นี้เราก็พอจะทราบอาการเริ่มแรกของเบาหวานกันบ้างแล้วเราก็ต้องระมัดระวังกันให้ดีเพราะโรคนี้ถ้าเป็นแล้วแทบจะไม่มีใครหายขาดได้เลยนอกจากต้องควบคุมไว้ไม่ให้อาการกำเริบเท่านั้นเอง เฮ้ออออ....แล้วเจอกันใหม่น๊าาาา 


Cr - honestdocs


6.9.19

อาหารเช้าสำคัญอย่างไร



                  วันนี้ไปเจอะเจอเพื่อนเก่ามาซึ่งไม่ได้เจอะเจอนางมานานมากแล้ว ก็ต้องมีเรื่องเม้าท์มอยกันเป็นธรรมดาจิปาถะตั้งแต่เรื่องลูกเต้าสามีคนข้างบ้านนู่นนี่นั่น สุดท้ายก็มาจบด้วยที่ร่างกายสุขภาพของตัวเองกันตามประสาวัยผู้เข้าสู่วัยชรากัน ฮ่ะ ๆ ซึ่งนางได้บอกว่านางป่วยเป็นโรคของคนอ้วนที่เป็นๆก้นอยู่เหมือนแฟชั่น คือ ความดัน หัวใจ เบาหวาน ซึ่งจริงๆ แล้วนางเป็นคนที่อนามัยและรักษาสุขภาพมาก แต่นางกลับเป็นโรคฮิตนี้ ซึ่งนางไปปรึกษาหมอ หมอสรุปให้นางฟังว่าน่าจะเป็นสาเหตุจากนางไม่ค่อยทานอาหารเช้ามาเป็นเวลานานหลายปีดีดัก ด้วยหน้าที่ที่ต้องทำงาน ใหนจะภาระลูกเต้า ลูกหลาน ซึ่งกว่านางจะเบาภาระนี้ก็นานหลายปีดีดัก ที่นางไม่เคยได้ทันกินอาหารเช้าที่แน่นอนเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้า วันนี้ก็เลยเสาะหาสาระมาฝากเพือนๆกัน ว่าอาหารเช้าน้้นมีความสำคัญอย่างไร ว่าแล้วเราก็มาดูกันซิว่า อาหารเช้า มีคุณประโยชน์กันอย่างไรบ้าง

         1.อาหารเช้าช่วยควบคุมโรคอ้วน และน้ำหนักได้เป็นอย่างดี นั่นเพราะจากมื้อดึกจนถึงเช้าวันใหม่ เราอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง และหากเรายิ่งไม่ทานอาหารเช้าเข้าไปอีก จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้น และนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัว

         2.ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย เพราะในตอนเช้าเลือดของเรามีความเข้มข้นสูง และทำให้เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง หรือหัวใจอุดตันได้ แต่ถ้ารับประทานอาหารเช้าเข้าไป จะช่วยให้ระดับความเข้มข้นในเลือดเจือจางลง

          3.มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้น แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้า จะมีสมาธิน้อยลง และสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

          4.ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนิ่ว การไม่รับประทานอาหารนานกว่า 14 ชั่วโมงจะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนาน หากนาน ๆ ไปสิ่งที่จับตัวกันนั้นจะกลายเป็นก้อนนิ่ว แต่หากเราทานอาหารเช้าเข้าไปล่ะก็ มันจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลที่จับตัวกันอยู่ได้

         5. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ โดยคนที่รับประทานอาหารเช้าจะมีภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียว

        6.สำหรับเด็ก ๆ การอดอาหารเช้าเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และยังส่งผลต่อสติปัญญา ทำให้ขาดสมาธิ ส่งผลเสียในระยะยาวอีกด้วย

เอาหล่ะที่นี้เรารู้ถึงประโยชน์ของการกินอาหารเช้ากันแล้วเพื่อนๆก็อย่าลืมทานอาหารเช้ากันได้เป็นประจำกันนะคะ

Cr- Team Coach JANE


2.9.19

14 วิธีค้นหาตัวตน เพื่อสร้างอาชีพ


14 วิธีค้นหาตัวตน เพื่อสร้างอาชีพ

1.เรียงลำดับความชอบ 
2.เวลาว่างชอบทำอะไร
3. ฝันว่าอยากเป็นอะไร 
4.ถนัดเรื่องอะไร 
5.เปิดหูเปิดตา 
6.อย่าใช้ชีวิตแบบจำเจ 
7.มองงานให้เป็นไลฟ์สไตล์ 
8.ความรับผิดชอบงานมากน้อยแค่ไหน 
9.คนรอบข้างเห็นพลังในตัวคุณ 
10.คนอื่นชื่นชมคุณเรื่องอะไร 
11.ทำอะไรแล้วสนุกบ้าง 
12.ลองทำแล้วว่าใช่ไหม 
13.เป้าหมายของชีวิต 
14.กิจกรรมยามว่าคืออะไร

Cr - thaismescenter.com